Sararat's profile元気ギフトでございます Genki gifutoPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 02

    初めて担任先生が怒っている。

    今日は初めて担任の先生が怒ってた。 いつも、やさしい先生なのに!私たちは何間違えたのかなぁ?? 今日の先生が言ったことは全部分かった、 いつもぜんぜん分からないなのに! 私はさぁ、悪い事はすぐ分かるわよ。いい事は何回も説明してもらっても分からないのよ。 笑!!

    いつも、学校に行きたくない、眠いしつまらないし!!でも、最近はなぜ行きたいと思うのかなぁ? 友達と話せるからかなぁ??

     

    今日からダイエットコースを始めました。 お父さんとプールに行って、泳いだ。 1年ぶり泳いだよ。タイのプールと日本のプールとすこし違います。私は日本のプ-ルのほうが好きだよ。 ダイエットがんばろう!!!!  

     

    ---タイ語めんどくさい!! ごめんね!!

     

     

     

    January 08

    ホストファミリーがまた変わった!!

    ホストファミリーがまた変わったよ!! 荷物がいっぱい。 たいへんわ!。 昨日、1日中荷物をpackした。 やだ!!つかれたよ。新しい家はとてもすてきな家だよ。一人の妹。 かわいい!!後、みんなは男。 でも、みんなより、ぶっちほうが格好いいと思う!笑笑  <私は何を考えているの?> 笑笑!!!だめだめ! 勉強しているよ!! 
    時間がとても早く経つ。 やだ!!やだ!! まだタイに帰りたくない。 このホストファミリーは神社で1番えらい人です。 お母さんはおかしが上手そう!!太る。笑笑!!!
    日本人みんなやさしいね!河内さん、私に幸せしてくれてありがとうごさいます。
    ย้ายโฮสแล้วนะ แต่คราวนี้ ไม่เศร้าเท่าที่ผ่านๆมา  สงสัยเริ่มชินแล้วมั้ง  อาจจะเป็นเพราะว่าเริ่มมีเพื่อนเยอะ  เลยไม่ค่อยติดโฮสเท่าไหร่   หรืออาจ ยุ่งจนไม่มีเวลาคิดก็ไม่รู้  แต่ย้ายคราวนี้ ก็ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่  ดีแล้วอ่ะ ไม่ทรมาน  เหอๆ  เพื่อนเราที่มาจากออสเตเลียกลับประเทศไปแล้วอ่ะ  แง แง  มันบอกว่าถ้าไปออสเมื่อไหร่ให้ไปพักบ้านมัน  เราก็เมลล์บอกไปว่าถ้ามาไทยเมื่อไหร่ก็มาพักบ้านเรานะ  เหอๆ  คิดในใจ  แม่จะให้เข้าบ้านมั๋ยเนี่ย++++
     
    โฮสนี้เค้าเป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในศาลเจ้าเมืองที่เราอยู่อ่ะ   มีลูกชายสาม หญิงนึง  แล้วเราก็ต้องไปนอนกะน้องเค้าด้วย  คุณแม่ทำขนมเก่ง  ได้อ้วนอีกแน่คราวนี้  วันนี้ก็ทำชีสเค้กให้กินอ่ะ  ลูกชายเค้าแปลกๆอ่ะ  สู้โอนี่ซังโฮสสองไม่ได้  เหอๆ  วันนี้ไปโบสถ์ พี่ที่โบสถ์เค้าก็อธ เผื่อใหญ่  กลัวเค้าให้ทำไรแปลกๆ   เราว่าคุณพ่อเค้าดูดุดุ   น่ากัวๆ  แต่จริงๆก็คงใจดีมั้ง   
    วันนี้ขี้เกียจอับ  ค่อยมาอับใหม่นะจ๊ะ   
     
    January 03

    I like otoshidama

     

    ชอบปีใหม่ที่ญี่ปุ่นที่สุดดดดด  พอๆกับวันตรุษจีนบ้านเราเลยอ่ะ  เค้ามีธรรมเนียมให้โอโทชิดามะ(เงิน  คล้ายๆ อั่งเปา) เราได้จากโอก้าซัง โอโต้ซัง โอบ้าซัง  อาจารย์ที่โรงเรียน   แล้วก็โฮสแรกอ่ะ  รวมๆแล้วหมื่นกว่าเยน  ใจดีอ่ะ  โดยเฉพาะอาจารย์อ่ะ  ไม่คิดว่าเค้าจะให้อ่ะ  วันนี้เค้าพาไปเที่ยวสวน  ไปดูดนตรีญี่ปุ่น  แล้วก็พาไปซื้อหนังสือ แต่เราก็บอกว่าเรามีหนังสือเยอะแล้ว   เหอๆ  อาจารย์น่ารักอ่ะ  บางทีเค้าก็ให้รุ่นพี่ที่โรงเรียนอัดเทปภาษาญี่ปุ่นมาให้เราฟัง  แบบไอเราก็ขี้เกียจฟังอ่ะนะ 
     
    เมื่อวานมีแขกมาบ้านตลอด  แล้วเราก็ต้องมานั่งคุยอ่ะ  ตอนนั่งคุยก็ต้องกินๆไปเรื่อยๆช่ายป่ะ   ตอนเย็นไปชั่งน้ำหนัก  แอบตกใจ  ไม่บอกนะว่าเท่าไหร่แล้ว   ดูรูปน่าจะรู้ช่ายป่ะ  แบบคางช้านหายไป+++ เหอๆ  ทำไงได้  มันอร่อยนี่นา
    พรุ่งนี้จะไปเล่นสกีกับโฮสที่สองแล้ว กลัวกลับมาขาเดี้ยงเหมือนอุ๋มหว่ะ!!!!  เล่นไม่เป็นอยู่ด้วย
    รูปวันนี้ไปเที่ยวสวนอะไรซักอย่างมา

     

     
    เหอๆ
    January 01

    明けましておめてとうごさいます。

    明けましておめてとうごさいます。
     
     
     
    เวลาผ่าวไปเร็วเหมือนโกหก  นี่อยู่ญี่ปุ่นเกือบห้าเดือนแล้วอ่ะ   จะย้ายโฮสอีกรอบแล้วอ่ะ  ปีใหม่ 
    วันนี้เป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุดในรอบปี  แน่หล่ะ ก็วันแรกของปีนี่นา  จริงๆแล้วยังไม่อยากจะตื่น  แต่ต้องมากินเข้าพร้อมหน้าพร้อมตากับโฮส    มีคัมไปแล้วก็อวยพรปีใหม่กัน  ได้ดื่มสาเกญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก  โครตขม   ไม่เห็นหร่อยเลย  ปีใหม่เค้ามีธรรมเนียมกินอาหารเหมือนกันสามวัน  คือทำอาหารไว้เยอะๆตั้งแต่วันที่31 ให้พอกินสามวันอ่ะ  เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงพักผ่อนของโอก้าซังที่ไม่ต้องทำอาหารทุกวันอ่ะนะ  ต้องใช้ตะเกียบอันเดียวกันทุกวันด้วย  จริงๆแล้วเค้าไม่ล้างตะเกียบกันสามวัน  แต่เราทนไม่ได้อ่ะก็เลยเอาไปล้าง  เหอๆ  ไม่กลัวขึ้นราเหรอ   กินเสร็จก็ไปนอนต่อเพราะง่วงมากๆ   ตื่นอีกทีตอนสิบโมง โอก้าซังเรียกมาใส่กิโมโน ตื่นเต้นๆ  เค้าต้องเรียกโอบ้าซัง(ป้า) ให้มาช่วยใส่ให้โดยเฉพาะ  เพราะกิโมโนขั้นตอนยุ่งยากมาก  ถึงเวลาใส่จริง ตอนแรกก็ต้องแต่งหน้า ทำผมก่อนนะคะ  ก็ไม่มีไรมาก ก็แค่ปะปะไป เดี๋ยวก็สวยเอง  เหอๆ  ส่วนผม โอก้าซังทำให้อ่ะ แล้วก็ไปใส่กิโมโน  ใช้เวลาใส่เกือบชั่วโมง  ทำอะไรกันก็ไม่รู้  เพราะเราก็แค่ยืนอยู่เฉยๆ   ถ้าเค้าสั่งให้ยกแขกก็แค่ยก แค่นั้นอ่ะ  ถ่ายเสร็จก็มาถ่ายรูปในสวนหน้าบ้าน  แต่ว่าถ่ายได้ไม่กี่รูป  เพราะมันหนาวอ่ะ   ต้องกลับมาพักครึ่งก่อน  แล้วก็ถ่ายกันในบ้าน  โอเน่ซังก็ใส่กันด้วย  หลังจากนั้นไปรษณีย์ก็มาส่ง เนงกาโจ(การ์ดอวยพรปีใหม่)  ที่ญี่ปุ่นเค้าจะส่งกันเป็นธรรมเนียมอ่ะ  ส่งไปให้ทุกคนที่รู้จัก  แล้วสคส เค้าก็จะมาพร้อมๆกันในวันที่หนึ่ง  เราได้มาสามใบ  จากโฮสแรกหนึ่งใบ  แล้วก็เพื่อนที่โรงเรียนอีกสองใบ  ดีใจอ่ะ  ไม่คิดว่าจะได้ด้วย  เราก็ส่งไปให้แค่อาจารย์กับโรตารี่แล้วก็โฮสเก่าโฮสใหม่แค่นั้น  เพราะว่าไม่มีที่อยู่เพื่อนเลยอ่ะ  กะจะส่งกลับไปทีหลัง  ตอนเย็นไปศาลเจ้า  ที่ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมไปอธิฐานที่ศาลเจ้ากัน ตั้งแต่เที่ยงคืนเมื่อวานจนถึงเที่ยงคืนวันนี้  คนเยอะมากๆ  แบบต้องต่อแถวเป็นชั่วโมง  ระหว่างต่อแถวก็มีพวกซุ้มของกินน่ากินทั้งน้าน  หนาวก็หนาว  หอมก็หอม  ชุดกิโมโนก็รัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก  โซริ(รองเท้าที่ใส่กะกิโมโน)ก็เล็กกะติดนึง  เจ็บโครต ช่างทรมานจริง  แต่ก็ยอมรับในความอดทนของพวกญี่ปุ่นเลยอ่ะ  คิดดูว่าสมัยก่อนที่ต้องใส่กิโมโนทุกวันอ่ะ  ต้องตื่นกี่โมงมาใส่อ่ะ  กินมากก็ไม่ได้เพราะมันแน่นไปหมด  เดินไปถึงตรงที่อธิฐานแล้วโยนเหรียญ  เจอโฮสที่แล้ว เจอทั้งครอบครัวเลย  โครตอาย ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาเจอ  ทำไมโลกมันแคบอย่างนี้น้า  เหอๆ ก็ไม่ได้คุยไรกันมาก  เพราะคนมันเยอะแบบแน่นมากๆ   แต่วันนี้เราไม่ได้อธิฐานอ่ะนะ ไปดูเฉยๆ  ก่อนกลับก็ซื้อทาโกะยากิแล้วก็เครปติดไม่ติดมือมาด้วย   เครปไม่เห็นอร่อยเลยอ่ะ  เหมือนกินที่มาบุญครองเลย  สู้ที่ฮาราจูคุไม่ได้อ่ะ  กลับมากินสุกี้  แล้วก็ถอดชุดกิโมโนออก รู้สึกปลอดโปร่งมาก  ได้หายใจทั่วท้องซักที 
     
     
     
    วันนี้ไม่ได้ทำไร  นอกจากกินกะถ่ายรูป  เหอๆ
     
     
     
    December 31

    อะกิฮาบาร่ากับร้านLife pop

      เมื่อวานมีนัดไปอะกิฮาบาร่ากะพี่ใหม่   คือเวลาอยากไปเที่ยวไหน  แล้วไม่มีใครไปด้วย   พี่ใหม่คือคำตอบสุดท้าย   ขอบคุณนะคะ !!!    อะกิฮาบาร่า  ย่านจับจ่ายซื้อของมีชื่อของญี่ปุ่น  แล้วก็มีชื่อเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า  คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย ว่าไฮเทคสุด  แล้วก็ต่อรองราคาได้  เหอๆ   แต่ไปคราวนี้กะจะเป็นเดินเล่น  เผื่อเจอของแปลกๆ  ปิดเทอม ไม่อยากอยู่แต่บ้านอ่ะ 

     
      ไปถึงอะกิ ไปเจอธงประเทศไทยอยู่หน้าสถานีรถไฟ เหมือนกับเค้าจัดงานนานาชาติอะไรกันอยู่  แอบถ่ายรูปมา  ติ้งต๋องหว่ะ   เดินไปเดินมา  เจอร้านนึงชื่อร้าน lifepop ดูข้างนอก เหมือนร้านขายเสื้อผ้าน่ารักๆ  เลยลองแวะเข้าไปดูข้างใน  โอ้ว  บรรลุเลย  มันขายอะไรรู้ป่ะ ไม่อยากบรรยาย  อย่าหาว่าเราลามกนะ คือไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปอ่ะ  ชั้นล่างเป็นร้านขายดีวีดีธรรมดา  แต่พอขึ้นไปข้างบน  มันขายเครื่องช่วยตัวเองเต็มไปหมด มีทุกรูปแบบ  ทั้งห้าชั้นเลยอ่ะ  มีแบบซาดิสๆด้วย  ทั้งของชายชาย หญิงหญิง หญิงชาย แบบต้องรีบวิ่งออกจากร้าน แต่กว่าจะคิดได้  ก็เล่นดูหมดทั้งห้าชั้นแล้วอ่ะ  เหอๆ   แล้วคนซื้อก็เต็มไปหมด  ทั้งหญิง  ทั้งชาย  คนญี่ปุ่นเป็นอย่างนี้นี่เอง   เจอของแปลกจริงๆแล้วไงเรา  

    POPLIFE  shop that I have told you

     
    แล้วก็เดินแวะร้านนู้น  ออกร้านนี้ไปเรื่อย  กะจะซื้อTalking dict แต่คิดว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้  เพราะว่าอยู่ญี่ปุ่น  มีคนอธิบายคำศัพท์ที่ไม่รู้ให้ตลอดอยู่แล้ว   ร้านมันก็ขายของเหมือนๆกัน เราก็ได้แต่มอง ไม่มีตังค์ซื้ออ่ะ  มีพวกไอพอร์ตแปลกๆเต็มเลย  แต่ที่เมืองไทยคงมีขายอ่ะ  เดินไปเข้าล็อกซ์  เจอคนพูดภาษาไทย  แอบงงว่าทำไมฟังเค้าเข้าใจ  คิดได้อีกทีภาษาแม่เรานี่นา   เหอๆ  เดินๆไป ก็เจอคนพูดไทยเต็มเลยอ่ะ  ที่อะกิมีพวกคนต่างชาติเยอะ  เพราะมันมีduty freeขาย  แต่เราก็ซื้อไม่ได้  เพราะวีซ่าเรามันวีซ่านักเรียนอ่ะ 

     
     
    วันนี้ ตื่นเกือบเที่ยง  เมื่อคืนเล่นเอ็มดึก  วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี  มื้อเช้าที่ญี่ปุ่นเค้าจะกินโมจิริ โอเจีย  แล้วเค้าก็จะต้องทำความสะอาดบ้านนะคะ  ของที่ไม่ใช้ก็ทิ้งไปให้หมด   ส่วนมื้อเย็นก็จะทำโซบะกินกัน  เป็นธรรมเนียมของญี่ปุ่นอ่ะ  ว่าวันสุดท้ายของปีจะต้องกินโซบะ  เพราะเส้นโซบะมันยาว หมายถึงชีวิตจะยืนยาว  เหอๆ  ตลกดี  แต่ก็ดีเพราะวันนี้มีเทมปูระของโปรดด้วย กินกันเอร็ดอร่อย   
     
    กินเสร็จมานั่งดูชินโดราเอมอน แปลว่าโดราเอมอนใหม่ เพราะเค้าเปลี่ยนคนเขียนอ่ะ  โอเน่ซังก็นั่งวิจารณ์กันใหญ่ว่าโดราเอมอนตอนเก่าดีกว่า เพราะรู้สึกว่าโนบีตะนิสัยดีขึ้นอ่ะ   
     
    บล็อกนี้คงเป็นบล็อกสุดท้ายของปีนี้
     
    Happy new year นะจ๊ะ เพื่อนๆGod Bless You!!!
     
     
               
    December 30

    Machida and Shibuya

     

    วันปีใหม่ ที่ญี่ปุ่นเค้าจะแขวนอันนี้ไว้หน้าบ้าน

     
     เมื่อวานตื่นเกือบสิบโมง  เพราะไม่มีโปรแกรมไปไหน  โอก้าซังก็ไม่ได้ปลุกเพราะเห็นว่าไม่ต้องไปโรงเรียน  ตั้งแต่มาอยูบ้านนี้ต้องให้เค้าปลุกทุกวันเลยเรา  เหอๆ     พอตอนบ่าย ไปดูบ้านพักคนชรา  โหว ++ โครตหรู  เอาไปเปรียบเทียบกับบ้านพักคนชราที่ชุมพร  คนล่ะเรื่องเลยอ่ะ  ที่นี่ยังกะโรงแรม  เหอๆ   สึกว่าที่นี่จะเป็นของเอกชนอ่ะ  ถ้าเข้ามาอยู่จะต้องจ่ายเงินแพงเหมือนกัน  
     
    กลับมาบ้านก็ไปเที่ยวไปเพื่อนที่ชิบูยะ   ไปแวะซื้อถุงเท้ายาวๆ  เพราะว่าตอนนี้มีอยู่คู่เดียวที่เอามาจากเมืองไทย    ซื้อมาสามคู่  พันเยน  มาเจอโรซ่า(เพื่อนฟินแลนด์) ยืนคุยกันเป็นชั่วโมง ทำไมคนอื่นไม่มาซักที  เราก็เลยโทรไปหามัน  สรุปว่าเรากับโรซ่ามาผิดที่หล่ะ  วันนี้เค้าไม่ได้นัดกันที่ชิบูยะ    แต่นัดที่มาจิดะอ่ะ   (รู้สึกว่าจะเป็นเมืองที่เอริน่าอยู่อ่ะนะ)  ต้องนั่งรถไฟใต้ดินต่อไปมาจิดะ  ตอนแรกนึกว่ามาจิดะเป็นเมืองบ้านนอกอ่ะ  พอไปถึงแอบตกใอ่  มีที่ช็อปโครตเยอะ มีอิจิมารุคิว  แล้วก็โตคิวด้วย   คล้ายๆชิบูยะ  แต่คนไม่เยอะ  ไม่วุ่นวายเหมือนชิบูยะอ่ะ   พวกเราก็ไปร้องคาราโอเกะกัน   เจอกันทีไรก็ไปแต่คาราโอเกะอ่ะ   แบบสิ้นคิด  ไม่รู้จะไปไหน  พอจบพวกเพื่อนๆมันจะไปคอนเสริตกัน  แต่เราไม่อยากไป  ก็เลยขอตัวกลับก่อน  ระหว่างนั้นไปเดินช็อบที่อิจิจมารุคิว  ไปเจอเสื้อกันหนาวสีชมพู   ตัวสามพันเยน  นั่งคิดตั้งนาน  ทั้งที่เสื้อกันหนาวสามพันเยนถูกมากๆ  ตัดสินไจซื้อ  เพราะมันสีชมพู   ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ซื้อเสื้อผ้าสีอื่นบ้างอ่ะ  มีแต่สีฟ้ากะชมพู  เหอๆ  ก็มันน่ารักนี่เนอะ   ระหว่างเดินไปสถานี   ต้องฝ่าด่านของกินแบบทรมานมากมาย  เดินไปเจอร้านเครป  กำลังจะควักเงินมาซื้อ  คิดอีกที ไม่ดีก่า  อ้วนก็อ้วน แพงก็แพง  เหอะๆ  แต่กลิ่นมันชวนทรมานมากๆอ่ะ  เดินไปเจอแม็กคุโนลุโด(แม็กโดนัล)  เกิดอยากกินเฟรนฟรายโครตๆ  กำลังจะเดินเข้าไปในร้าน  คิดอีกที  อ้วนก็อ้วน  ไม่มีประโยชน์อีกตะหาก  ไม่กินละ  กว่าจะมาถึงสถานี มีอะไรมาล่อลวงเต็มไปหมด  เมื่อวานตั้งใจแล้วว่าจต่อไปนี้ะควบคุมการกิน  ต้องทำให้ได้ แม้หนึ่งวันก็ยังดี  อ่ะนะ
     
     อิจิมารุคิวที่ชิบูยะ
    อิจิมารุคิวที่มาจิดะ
     
     
     
    December 01

    น้ำหนักอีกหนึ่งโลแย้ว

    เมื่อวานนั่งดูรูปตอนมาญี่ปุ่นใหม่ๆ เอามาเปรียบเทียบกับตอนนี้  คนล่ะเรื่อง  ตอนนี้หน้ากลมมากๆอ่ะ  กลุ้มๆ  เราว่าเราก็กินเท่าเดิมนะ ทำไมมันอ้วนเอา อ้วนเอา
     
        โรงเรียนจะปิดเทอมแล้ว เย้  แต่ตอนปิดเทอมก็ต้องมีคลับอีกอ่ะ  เซ็ง  ช่วงนี้มันง่วงๆๆๆๆๆๆๆมากๆ ไปโรงเรียนก็ไปหลับ  คาบคอมวันนี้มีเทสอะไรซักกะอย่าง   อาจารย์บอกให้เราทำด้วยอ่ะ  เราก็บอกว่าเราอ่านไม่ออก  อาจารย์ก็บอกว่า เราอยู่ญี่ปุ่นมาตั้งสี่เดือนแล้วยังอ่านไม่ออกอีกเหรอ  เหอ เหอ  ใครจะไปอ่านออก  คันจิทั้งนั้น ไม่รู้จักซักกะตัว   พยายามอยู่    อาจารย์คอมชอบทำยังกะเราจะเข้าใจภาษาญี่ปุ่นหมดอ่ะ   เพื่อนในห้องก็เหมือนกัน  พูดมาเป็นชุดๆ  ใครจะไปฟังทัน  ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นมาตั้งแต่เกิดนะ    เราก็ อึนๆไปเรื่อยๆ 
     
     
        ตอนเย็นไปดูคอนเสิรตเปียโนของMarurizion  Baglini กับโอก้าซัง  เป็นคนอิตาลี่  โครตเก่งอ่ะ เล่นแบบนิ้วโครตพริ้ว ลีลาก็สุดยอด  แต่ไม่หล่อเท่าไหร่  เหอ เหอ  เป็นการไปดูคอนเสริต์เปียโนครั้งแรกของเราล่ะมั้งเนี่ย   อยู่เมืองไทยไม่เคยได้ดู           
     
        Ps คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะจ๊ะ
            คิดถึงเมืองไทย
            เราเกลียดความหนาว
            เราเกลียดความอ้วน
            เราเกลียดสิว
           แต่นั่นคือสิ่งที่เรากำลังเผชิญ
           がまんだよ!!!!
    November 13

    ふゆは来ています。

    เริ่มหนาวแล้ว やばい!!!
         เริ่มเข้าสู่ช่วงหน้าหนาวแล้ว  อากาศช่วงนี้ประมาณ 15 องศาได้  ยิ่งตอนเช้าๆปั่นจักรยานไปโรงเรียน  ช้านจะตายเอา  โครตหนาว ยิ่งเมื่อวานฝนตกยิ่งแล้วใหญ่ 
    ตอนเย็นเมื่อวานไปมีดินเนอร์เนื้อย่างกับโรตาเรี่ยนอ่ะ  โรตาเรี่ยนใจดีคนนึงเค้าให้เสื้อหน้าหนาวมาสี่ตัว  แบบลูกสาวเค้าไม่ใส่แล้ว   ใจดีมักๆ

    ใบไม่เริ่มร่วงหล่นต้อนรับฤดูหนาว

    ช้านใส่ครบชุด ทั้งถุงมือ ที่ครอบหู พอใกล้ถึงโรงเรียนก็ถอดออกอ่ะ เดี๋ยวพวกเพื่อนๆมันหาว่าเราเวอร์อีก


         เมื่อวันศุกร์มีซ้อมวิ่งมาราธออนอ่ะ  คราวนี้ห้ารอบโรงเรียน  เด็กญี่ปุ่นโครตแข็งแรง  มันวิ่งมาทบรอบช้านกันทุกคนเลยอ่ะ  แล้วช้านก็เค้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายอีกแล้วครับท่าน  อาทิตย์หน้าก็จะมีงานวิ่งมาราธอน  ช้านตั้งเป้าเอาไว้ว่า  จะไม่เข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้าย  แล้วก็จะไม่ไปเป็นลมเอากลางทาง  หนาวก็หนาว ไกลก็ไกล  ช้านก็ได้แต่ภาวนาให้ฝนตก

          วันนี้หลังจากภาระกิจทุกอย่างเสร็จสิ้น  เราก็ไปดูหนังเรื่องชาลีโตะช็อกโกเลโตะโคโจ มาอ่ะ หลังจากรอมานานแสนนาน  เพราะเพื่อนช้านไม่ว่างซักที  หนังมันจะลาโรงอยู่แล้วอ่ะ เราว่าโรงหนังญี่ปุ่นสู้โรงหนังบ้านเราไม่ได้อ่ะ  แพงก็แพง  เข้าก็ช้า Major EGV พวกนี้ยังดีกว่าเยอะอ่ะ   แล้วพวกเราก็ไปต่อกานที่ดิสนีย์store มีแต่ของน่ารักๆ  แต่โครตแพง  เลือกไปเลือกมา ได้กระดาษลายมิกกี้เมาส์มาเล่มนึง

    สมุดมิกกี้  กว่าจะตัดใจซื้อได้ นั่งเลือกตั้งนานระหว่างมิกกี้กับหมีพู


          โฮสที่สามของเราโครตใจดี  จริงๆแล้วโฮสที่ผ่านมาก็โครตใจดีอ่ะ คิดถึงโฮสหนึ่ง โฮสสองจัง  โฮสแม่ที่สามดูแลเราดีมากๆอ่ะ  ขนาดแปรงสีฟันมันบานนิดนึง เค้าก็เปลี่ยนอันใหม่ให้อ่ะ  จริงๆเราก็พึ่งเปลี่ยนไปเมื่อาทิตย์ที่แล้วเองนะ
    แบบว่าโฮสแม่ เค้าไม่ต้องทำงานอ่ะ  ทำงานบ้านอย่างเดียว เค้าทำอาหารโครตอร่อย  มีสิทธิ์อ้วนขึ้นอีกนะเนี่ย

         หลังจากภาระกิจงดช็อกโกแล็ตผ่านไปได้อาทิตย์นึง  รู้สึกเหมือนน้ำหนักจะลดลงมานิดนึง  ใครๆก็บอกว่า หน้าเราดีขึ้นน้า  แต่เราว่าสิวก็ยังเยอะเหมือนเดิม   วันนี้ตอนดูหนังก็แอบกินโกโก้เย็นไปนิดนึงอ่ะ 

    โรงเรียนโครตน่าเบื่อ  สิวยังไม่หาย

    วันนี้เดินผ่านไปเห็นเค้าเข้าคิดรับผัดสดอ่ะ  แถวยาวเป็นกิโล

     

     

    PS:

    คิดถึงทุกคนที่เมืองไทยน้า 

    ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากไปโรงเรียนเลยอ่ะ

    อยากไปดิสนีย์แลนด์อ่ะ

    วันเสาร์กะจะไปชิบูยะซะหน่อย  อาจารย์ดันนัดเรียนไวโอลินอีก  อดเลย++

    ช่วงนี้ไม่มีวันหยุดเลยอ่ะ  โรงเรียนช้านมัน บาก่า  เรียนตั้งแต่เช้าจดเย็น ไม่เว้นแม้แต่วันเสาร์    แต่ช้านก็ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง めんどくさい!!

    石塚と寺島の家族、みんなを会いたいなぁ!!!

    河内さん!今から よろしくね!

     


     

    November 06

    さよなら

    ไม่น่าเชื่อ พริบตาเดียวเท่านั้น ช้านก็ได้มาอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง
    วันนี้เป็นวันที่จะต้องย้ายบ้านไปโฮสที่สาม   มันเป็นเวลาที่เราเศร้ามากที่สุดครั้งที่สอง ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่น  แต่ก็ได้แต่ทำใจว่า มีวันเจอก็ต้องมีวันจาก 
    เมื่อวานเราสัญญากับตัวเองว่าวันนี้จะไม่ร้องไห้อ่ะ   วันนี้ตั้งแต่เช้าเราก็พยายามจะไม่คิดว่าวันนี้ต้องย้ายแล้วนะ  ช้านก็เก็บข้าวของแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น  โอโต้ซังซื้อเค้กช็อกโกแล็ตมาให้กินก่อนไป ช้านหม่ำไปสองชิ้น  ยังร่าเริงอยู่  แต่พอถึงเวลาที่โฮสที่สามมารับ  ช้านก็ไม่คิดอะไร ยังคุยกันสนุกสนาน  แต่พอตอนที่เค้ามาส่งเราขึ้นรถ แล้วโอโต้ซังกับโอก้าซังมาจับมือแล้วก็บอกว่า จ้าเนะ  เท่านั้นแหละ น้ำตาช้านมันก็ไหลออกมาซะงั้น  คราวนี้กลั้นไม่อยู่จริงๆ ตอนนั่งอยู่ในรถน้ำตามันก็ไหลตลอดเลย  มันเศร้าจริงๆ  ถึงจะรู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อไหร่ก็ได้  ถึงจะรู้ว่าโฮสต่อไปของช้านก็ใจดีแถมทำอาหารเก่ง ถึงจะรู้ว่าการมีโฮสเยอะๆมันดีแก่ตัวเรา  ถึงจะรู้ว่าเราจะได้ไปเจอสิ่งที่ดีกว่า แต่ทุกครั้งที่ย้ายช้านจะต้องร้องไห้ทุกที   มันเป็นครั้งที่สองที่ร้องไห้ที่ญี่ปุ่นอ่ะ  การจากกันมันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดจริงๆนะ ช้านก็ได้แต่ทำใจ  เราจะต้องเจอเหตุการณือย่างนี้อีกหลายครั้ง  มันผูกพันธ์จริงๆนะ

    ishitsuka family SAYONARA!

     

     

     

     

    โอสที่สามก็ใจดีมากๆ   บ้านหลังใหญ่มาก แต่เป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโดยแท้  เค้าบอกว่าสร้างเมื่อร้อยกว่าปีที่เล้ว  บ้านลึกลับซับซ้อนมากเลยอ่ะ  วันนี้ช้านเดินออกมาเข้าห้องน้ำ  แล้วขากลับก็เดินหลงไปหลงมา  เหมือนอยู่ในเขาวงกต  แบบหาทางกลับห้องตัวเองไม่เจอ  ตลกดี แต่สนุกดีเหมือนกัน   ห้องช้านเป็นเสื่อตาตามิอ่ะ  แบบต้องนอนบนฟุตง  เค้าบอกว่าตอนเช้าต้องเก็บฟุตงเข้าตู้ด้วย  ช้านนึกถึงเรื่องโดราเอมอนตอนที่โนบิตะตื่นสาย แล้วเก็บฟุตงไม่ทันอ่ะ  แล้วช้านก็ตื่นสายประจำอ่ะนะ  
     

    ห้องนอนใหม่ของช้าน  ตื่นสายหล่ะแย่แน่ ยังไม่ได้จัดของเข้าที่ทีเลยอ่ะนะ

     
    Ps お父さん、お母さん、ぶっち、ちなっつ、あっくん!!! みんなをさびしいだよ!!!
    คิดถึงทุกคนจริงๆ
    ช้านรักญี่ปุ่นอ่ะ  แต่ก็รักเมืองไทยด้วยนะ   ช้านไม่อยากนึกถึงตอนที่กลับจากญี่ปุ่นอ่ะ  มันคงทั้งดีใจแล้วก็เศร้าใจอ่ะ 
    October 14

    ขาช้าน

         วันนี้สอบวันสุดท้าย  เพื่อนๆคงดีใจกันสินะ  แต่ไม่ช่ายสำหรับเรา  วันสอบเสร็จมันหมายถึง ทุกอย่างจะเข้าสู่ปกติ  เวลาว่างของเราก็จะหายไป ตอนเย็นก็ต้องไปเข้าคลับเหมือนเดิม  โอ้วววววววว เพื่ออนาคต かまん (อดทน)
    พอสอบเสร็จ อาจารย์ที่น่ารักของเรา (จริงๆก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่อ่ะนะ) เค้าอาสาพาเราไปซื้อหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่นอ่ะที่よつやอ่ะนะ  สงสัยจะเห็นว่าภาษาญี่ปุ่นเราไม่พัฒนา  อ่ะนะ  หนังสือโครตแพง เล่มติ้ดเดียว สองพันเยนอัพ แต่อาจารย์เราซื้อแหลกเลยอ่ะ  พอตอนจ่ายตังค์  สามหมื่นกว่าเยน  โอ้ววววววว แต่อาจารย์เค้าซื้อให้เราอ่ะ  ทำไมใจดีอย่างนี้นะ  แล้วเค้าก็อาสาสอนภาษาญี่ปุ่นให้เราอีก  คาบself study(คาบหลับ) ของเราก็เลยหายไปคาบนึง ฮือ ฮือ แต่เห็นความตั้งใจดีของอาจารย์ก็อดซึ้งใจไม่ได้อ่ะ   ตอนแรกเราทำท่าจะจ่ายตังค์คืนให้เค้า  แต่เค้าบอกว่า เค้ารู้ว่าเราไม่มีเงิน ซะงั้น  เราดูยากจนมากเลยเหรอเนี่ย  
     
     
     
    very expensive
     
     พอกลับมาถึงบ้านไม่มีใครอยู่บ้านเลย แล้วช้านรู้สึกได้เลยว่าน่องมันบวมขึ้นอ่ะ  หรือว่าอ้วนขึ้นนะ  เรากินข้าวเย็นกะโอโต้ซังสองคน  เค้าเลยถามว่า ถ้ากลับไปเมืองไทยแล้ว คิดจะกลับมาญี่ปุ่นแบบมาเรียนหรือมาอยู่ที่นี่บ้าวป่าว  เราก็เลยบอกว่าถ้าเรามีโอกาส เราก็จะมานะ  แต่ถ้าให้มาอยู่ด้วยตัวเองคงไม่ไหว  อยู่เมืองไทยดีกว่าเยอะ  เค้าก็เลยบอกว่าเห็นด้วย เพราะที่ญี่ปุ่น ทุกอย่างแพงไปหมด  เค้าก็เลยไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ  เค้าบอกว่าค่าไปเที่ยวเมืองไทย กับไปเที่ยวเกียวโต ค่าใช้จ่ายพอๆกันเลยอ่ะ  เราก็ว่างั้น  แต่คนญี่ปุ่นนี่สุดยอดจริงๆอ่ะ นับถือ  ความอดทนเป็นเลิศ   เราว่าถ้าเรามาอยู่ญี่ปุ่นเอง คงอยู่ไม่ได้อ่ะ โอโต้ซังบอกเองว่า  มันยากที่จะอยู่ที่ญี่ปุ่นอย่างมีความสุข
     
    ฉะนั้น ตอนนี้อยู่ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน  เราเลยอยู่ญี่ปุ่นอย่างมีความสุขที่สุดดดดดดดดดด
     
     
     
    ขอบคุณโรตารี่ที่ให้โอกาสแก่เด็กตาดำๆอย่างเรา
                    ทำไมคนญี่ปุ่นน่ารักอย่างนี้อ่ะ  
                    เวลามันผ่านไปเร็วเนอะ เกือบสามเดือนแล้วที่อยู่ที่นี่ รู้สึกเหมือนกับเครื่องบินพึ่งจอดที่นาริตะเมื่อวาน
     
     

     

    It's AKI. Beatiful view

    October 13

    เจอรุ่นพี่เตรียมอ่ะ びくりしました

    โอ้ว+++ วันนี้มีสอบเลข  อุตส่าห์หนีมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วยังต้องเจอเลขอีกเหรอเนี่ย   เราก็ว่าเราเข้าใจแล้วนะ  แต่พอเจอข้อสอบจริงๆ  ก็ทำได้อ่ะนะ แต่ทำไม่ทัน  ตอนส่งข้อสอบให้อาจารย์  ทำได้ครึ่งนึงเอง อ้าก ตายแน่ช้าน!!!!!!
    大丈夫!気にしない!!ซะงั้น  ยังไงก็ Thank Godจริงๆ
     

    พอกลับมาบ้าน กะจะออกไปถ่ายรูปชุดยูนิฟอร์ม  แต่วันนี้แดดแรงจัง  เลยขี้เกียจ  กินก่อนล่ะกัน  กินเสร็จก็เล่นเกมส์อยู่อีกพักนึง  บ่ายๆ ก็ออกไปถ่ายรูปที่สวนหน้าบ้าน  ยุงโครตเยอะอ่ะ  เราถ่ายอยู่แป็บเดียวต้องวิ่งเข้ามาเอายาหม่อง   เข่าลายไปหมดเลย แต่ถ่ายไปถ่ายมา ไม่สวยซักรูป เพราะแดดมันแรง  หามุมยากมากเลย  (โทษแดดซะงั้น) ค่อยไว้วันหลังอ่ะกานนะ

    Uniform!!! At home

     

     

    With Chalie

     
    ตอนบ่ายสี่ พี่ใหม่( เป็นพี่คนไทยที่โบสถ์อ่ะ  ได้ทุนมาเรียนมหาลัยที่นี่ แลกเปลี่ยนปีนึงเหมือนกาน )มาเยี่ยมเราถึงบ้าน  ไปซื้อไอศครีมกับไก่ทอด มานั่งกินกันหน้าบ้าน  คุยกันไปคุยกันมา  อ้าว เค้าเป็นรุ่นพี่ที่เตรียมอ่ะนะ  อยู่เมืองไทยตั้งนานไม่เจอ  มาเจอกันที่ญี่ปุ่น  เค้าก็สอนภาษาญี่ปุ่นเราหลายคำเหมือนกาน   แต่ลืมเอาปากกาไปเลยไม่ได้จด แล้วก็พาพี่เค้ามาแนะนำให้โฮสรู้จัก  โฮสเราเลยบอกว่า  ถ้าวันหลังพาเพื่อนมาที่บ้าน  ก็มานั่งคุยกันในบ้านก็ได้  เค้าบอกว่าตามบาย  ไว้คราวหน้าจะพาเพื่อนมาถล่มบ้าน  ซะงั้น  ก็ตอนอยู่โฮสแรก เค้าตั้งกฎว่าห้ามพาเพื่อนเข้าบ้าน  เราก็เลยนึกว่าคนญี่ปุ่น เค้าไม่อยากให้เพื่อนมาที่บ้าน  แต่ดูท่าทางบ้านนี้จะไม่ช่าย  อ้า คนญี่ปุ่นเข้าใจยากน้า 
     
    วันนี้พาหมาไปเดินเล่นอ่ะ  แต่ทำไมมันดูเศร้าๆอ่ะนะ  เดินกับเราไม่สนุกเหรอ โมเน่!!!
     
    PS: ขอบคุณพี่ใหม่ที่อุตส่าห์มาหาที่บ้านนะคะ   ขอบคุณสำหรับหลายๆเรื่อง  ไงก็สอนภาษาญี่ปุ่นกิ๊ฟด้วยอ่ะกาน
     
     
    October 12

    อาซะกุสะ และกินซ่า กับเค้กช็อกโกแล็ต

        ในที่สุดเราก็ได้มีวันหยุดกับเค้าบ้าง  อยากจะนอนตื่นสาย  แล้วก็กิน กับดูทีวีไม่ต้องทำไร  แต่พอมาคิดๆดูแล้ว รู้สึกเสียดายเวลา  อยู่ญี่ปุ่นทั้งที มากินกับนอนก็กะไรอยู่  กลับไปนอนที่ประเทศไทยดีกว่านะ   ตอนเช้ากะว่าจะตื่นสายซะหน่อย  แต่พอได้ยินเสียงโอนี่ซัง ก็รีบลุกจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวเลยอ่ะ อิอิ 
         วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน  อยู่กับหมาสองคน แต่พอสายๆ โอบ้าจัง (คนที่มาทำความสะอาดบ้าน) ก็มา  โอก้าซังบอกว่าเค้าอยากเจอเราตั้งนานแล้ว   วันนี้ก็เลยได้เจอกัน  โอบ้าจังอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว  แต่ยังดูไม่แก่เลยอ่ะ  คนญี่ปุ่นแข็งแรงมากมาย  เราก็เลยช่วยเค้าทำความสะอาดบ้าน  คราวนี้ได้เห็นความจริง  บ้านโครตสกปรก  เราว่าห้องเรารกแล้วนะ  ห้องคนอื่นรกกว่าเราเป็นไหนๆ  ขนหมาเต็มบ้านเลย  ซะงั้น ประจานโฮสตัวเอง  แต่เราก็ทําจนสะอาดเอี่ยมอ่อง  อาจจะเพราะทุกคนงานยุ่งมั้ง ก็เลยไม่ได้ดูแลบ้านเท่าไหร่ เราก็คุยกับโอบ้าจังนิดๆหน่อย  เค้าแข็งแรงมากเลยอ่ะ ดูไม่เหมือนคนอายุเจ็ดสิบกว่าเลย  พอตอนเที่ยง เรามีนัดกับพี่ที่โบสถ์ไปกินอาหารไทยกัน  ช่วงนี้กินอาหารไทยโครตบ่อย  โอโต้ซังก็ไปด้วย  แต่เค้ากินอะไรไม่ได้อ่ะ เพราะทุกอย่างมันเผ็ด   พอตอนบ่ายสามโอโต้ซังก็พาเราไปเที่ยววัดอาสากุสะ  ชื่อดังก็จริงนะ  แต่ไม่เห็นมีอะไร  วันพระแก้วสวยกว่าเป็นไหนๆ    เราก็ไปถ่ายรูปนิดๆหน่อยๆแล้วก็เดินซื้อของ  ไม่ได้ซื้อหรอก ดูๆแล้วก็ถ่ายรูป นี่คือการเที่ยวแบบประหยัด  ซื้อพวงกุญแจมาอันเดียว 
     
     
        หลังจากถ่ายรูปจนพอใจ  โอโต้ซังก็ชวนไปต่อกันที่กินซ่า   ย่ายไฮโซของญี่ปุ่น   โครตแพงจริงๆนั่นแหละ  ที่ญี่ปุ่น ทุกอย่างว่าแพงแล้วนะ แต่กินซ่าแพงเป็นสองเท่า  หรือไม่ก็มากกว่านั้น  ฉะนั้น มิรุดาเคะ(ดูอย่างเดียว) อีกตามเคย  ร้านแถวนี้ดูเงียบเหงา  พวกของแบรนเนมเต็มไปหมด  แต่ไม่รู้จักซักกะอย่าง โอโต้ซังบอกว่าเค้าเคยใช้เงิน สามแสนเยนที่กินซ่าภายในคืนเดียว  โอ้ว+++++ 
    ก่อนกลับ  เดินไปเจอเค้กช็อกโกแล็ต อีกแล้วครับท่าน  ไม่พลาดแน่  เราก็เลยอ้อนโอโต้ซังให้ซื้อให้  แต่เค้กที่กินซ่าก็แพงกว่าที่อื่นเป็นสองเท่าจริงๆ ปกติเค้กจะอยู่ที่ สามร้อยถึงสี่ร้อยเยน  แต่เค้กที่นี่ราคาหกร้อยเยนถึงเจ็ดร้อยเยน  เราว่ารสชาติก็เหมือนกันอ่ะ   ไม่อยากคิดเป็นเงินไทยเลย เดี๋ยวจะกินไม่ลง  แต่ในที่สุด ช้านก็ได้กินล่ะ อิอิ+++
         ไอตอนขากลับอ่ะสิ  เกือบตาย  เพราะตอนที่เรากลับ เป็นช่วงเลิกงานของคนญี่ปุ่นพอดี  ดังนั้นถูกเบียดเป็นปากระป๋องเลยอ่ะ  แต่ก็สนุกดี  
    หลังอาหารเย็น โฮสเราทำเซอร์ไพรสอ่ะ    โอเน่ซังชวนเราออกไปเดินเล่นกับหมา  แล้วพอกลับมา เค้าก็จัดห้องอาหารแบบโรแมนติกมากอ่ะ แล้วก็มีเค้กช็อกโกแล็ตที่ซื้อมาวันนี้ กับกาแฟบราซิล  มีเพลงแฟนทั่มโอเปร่าเปิดคลออีก แล้วเค้าก็ร้องเพลงแฮปปี้เบอรดเดย์ให้เราซะงั้น  วันนี้ไม่ไช่วันเกิดเราซะหน่อย  โอนี่ซังบอกว่า  ถ้าวันเกิดเราจริงๆ เราไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้  ดังนั้นแฮปก่อน  ซะงั้นอ่ะ  ก็ดี แต่วันนี้ประทับใจที่สุดเลยยยยยยยยยย
     
     
    PS  คิดถึงทุกคนที่เมืองไทยนะ 
    ขอบคุณพี่เอ๋กับพี่นาแล้วก็อลิศที่พาเราไปกินอาหารไทยวันนี้
    お父さんといっしょに遊びに行ってくれ感謝しています。
    ขอบคุณโฮสเราที่ทำให้เค้กช็อกโกแล็ตวันนี้อร่อยกว่าทุกวัน
    October 09

    ครั้งแรกของการเก็บขี้หมา

    เมื่อวานนี้ ที่โรงเรียนมีวิชาcooking  เราต้องไปเรียนกับเด็กมอต้นอ่ะ อาจารย์สอนทำแกงเขียวหวานไก่ กับกะทิสาคูอ่ะ  ไปซื้อเครื่องแกงมาจากที่ไหนก็ไม่รู้    พอทำเสร็จ  ไม่มีใครกินได้ซักคน  เพราะว่ามันเผ็ดอ่ะนะ  แต่เราว่าออกจะอร่อย ก็แน่หล่ะ ช้านมันคนไทยนี่นา  อาหารไทยในสายตาคนต่างชาติคงจะเผ็ดมากมาย  พอกลับมาจากโรงเรียน  อาจารย์โทรมาหาโอก้าซังที่บ้าน  เราใจหายหมดเลย  นึกว่าโทรมาฟ้องเรื่องอะไร  (เพราะไปทำความผิดเอาไว้เยอะ อิอิ) แต่ที่แท้ก็โทรมาบอกว่าจะไปซื้อซื้อพวกเครื่องแกงได้ที่ไหน    โอก้าซังก็เลยเกิดอยากกินต้มยำกุ้งขึ้นมาซะงั้น  จริงๆเราพึ่งทำไปเมื่อาทิตย์ที่แล้ว  แต่โอก้าซังป่วย เลยไม่ได้กิน  เราก็เลยไปช็อปปิ้ง กับโอก้าซังล่ะ   เค้าซื้อชุดนอน กับผ้ากันเปื้อน แล้วก็กระเป๋าใส่ โอเบนโตะ แบบน่ารักๆ ให้อ่ะ  เดินไปเดินมาไปเจอร้านเค้กช็อกโกแล็ต  ไม่พลาดแน่ช้าน   วันนี้ก็เลยกินช็อกโกแล็ตอีกแล้วนะครับท่าน  อร่อยสุดๆๆๆๆๆๆๆๆ เกินคำบรรยาย อิอิ
     
      นั่นคือเรื่องของเมื่อวาน
     
    วันนี้ตั้งใจจะไปโบสถ์เต็มที่  ตื่นมาตั้งแต่หกโมง  เข้าห้องน้ำ แล้วก็หลับต่อ  เพราะฝนตก อากาศดีอ่ะ  ตั้งใจว่าจะหลับอีกซักชั่วโมง  แต่หลับไปซะสามชั่วโมง  ซะงั้น  ไปตอนที่เค้าเริ่มกันแล้ว  
    พอกลับมาจากโบสถ์ก็ไปดูหนังกับโอนี่ซัง เรื่องNANa น่ารักดี  พอดูเสร็จก็ชวนไปถ่ายสติกเกอร์อ่ะ  พอกลับมา  โอนี่ซังบอกว่าเราติ้งต๋อง ซะงั้น  ก็จริงอ่ะนะ  น่ารักต่างหากหล่ะ  วันนี้ตั้งใจจะไปกินอาหารไทยกัน  แต่โอก้าซังดันลืมซะงั้น เลยทำอาหารไว้  อดกินเลย  คราวหน้ารึกันนะ  
    ตอนเย็นโอก้าซังบอกให้ไปพาหมาไปเดินเล่นอ่ะ  เพราะเราบ่นว่าอ้วนตลอดเลย   เราก็เลยจำยอมพาหมาไปเดินเล่น  ที่ญี่ปุ่น ถ้าหมาขี้ ก็ต้องเก็บขี้หมาด้วยอ่ะ  ฉะนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เก็บขี้หมาด้วยตนเอง  อะโน  สยึมกึ๋ย やだー!!!!
     
    PS  โอก้าซังเอาผ้าไหมที่เราให้ไปทำปลอกหมอนอ่ะ  น่ารักมากเลย 
    ตอนนี้เริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว  ต้นไม้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่ะนะ
    October 07

    どうして

    どうして、毎日時間が経つのがこんなに早く感じるのだろう! 楽しい時間はいつも早く経つ。 どうやってこの時間を保つことができない。 
    私の時計は止めることができるでも、時間は止めることができない。 
    私はたくさんのことがしたい、でも私はすこしのことをすることができる。
    毎日はとても疲れた、でもとても幸せ。
    チョコレートは幸せにさせる、でもにきびのけんいんになります。
     
    อืมเนะ
     
    เมื่อวานไปงานมีททิ่งของโรตารี่ที่ชินจูคุ  จัดที่โรงแรม Hiton โครตหรู ไปเจอโรตารี่ที่มาจากประเทศต่างๆ ก็เลยคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ  แล้วก็มีให้ตอบคำถามเกี่ยวกับญี่ปุ่นอ่ะ ถามว่า โกะอัง กับ โคเมะ ต่างกันยังไง   แล้วก็ถามว่า ซูชิกับซาชิมิ ต่างกันยังไง เราก็รู้นะ  เราเลยตอบว่าโกะอังคือข้าวที่หุงแล้ว  แต่โคเมะคือข้าวที่ยังไม่ได้หุง แต่ทำไมเค้าให้เราผิดหล่ะ  เพราะเพื่อนเราอีกคนก็ตอบเหมือนกัน  แต่เค้าให้ถูกอ่ะ  สงสัยภาษาอังกฤษเราคงแย่มั้ง อ่ะนะ  แล้วเค้าก็ให้พูดspeechเกี่ยวกับเมืองที่เราอยู่ เป็นภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษก็ได้  คือ พูดสดอ่ะนะ เราก็เลยเลือกพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นดีก่า  เพราะถ้าพูดเป็นอังกฤษผิดๆถูกๆก็อายเค้าตายเลย  แต่ถ้าพูดญี่ปุ่นผิดๆถูกๆก็ยังดีกว่า  เราได้รางวัล เป็นบัตรรับประทานอาหารที่โรงแรมนั้นฟรีสองที่อ่ะ   โอ้ว  จะชวนใครไปดีหล่ะ อิอิ 
     
     
    วันนี้ได้กินซูชิที่อร่อยที่สุดในฟูจู  เมืองที่เราอยู่อ่ะ  แต่รสชาติสยิมกึ๋ย ยังไงไม่รู้  แต่ก็อร่อยดีนั่นแหละนะ
    ที่บ้านเรามีหมาอยู่ตัวนึง  พันธุ์โกเดิล รีทีฟเวอร์  มันหนีออกจากบ้านตอนเราออกไปซื้อของ ซะงั้น  เค้าบอกว่าหมามันอิจฉาเราอ่ะ  ซะงั้น  พึ่งเคนได้ยินว่าหมามันอิจฉาเป็นด้วย  แต่ก็น่ารักดีนะ
     
     
     
     
    October 06

    太った!!!!!

    太った!!!!!

    やだぁーーーーーー!!!!!
    私は1kilo 太った。excerciseをしなければいけない。
    チョコレートを食べるのをやめなければいけない。かまん!
    でも、私はかまんができない。どうしょう?
    今日、高校へ歩いて行きました。多分昨日の料理を使う。
    昨日はたくさん食べた。ひひひ
    今日、雨だけどちょうどいいね。来週はしけんがある。私の友達は張り切るのです。でも、今から来週まで私はひまです。

    YEEEEEE!

    October 04

    うれしい

    うれしくなると心ははずむ。
    むねに風船がはいったみたい。
    はちきれそうにふくらむ風船。
    からだはぶんわりとまいあがってしまいそう。
    一人でうれしくてなることがあるよ。
    冬はじめての雪がほおにやさしくあたるとき。
    好きな人のことを考えているときあの人があなたを信じてくれるとき。
    だれかとよろこびをわけあうこともあるよ。
    あなたの帰りを待っていてくれた人と。
    だれにも言えなかった秘密をあなたにうちあけてくれた人と
    だれまってそばにいるだけでともだちと感じることができる人と。
    できないとあきらめていたことをやりとげたとき。
    うれしさはわきあがってくる。
    でもとびきり一番うれしいのは人によろこびをわけてあげるとき。
    ひとりきりの人をたずねてしばらく一緒にいてあげるとき。 それとも困っている人をたすけてあげるとき。
    うれしくなったら風船はよろこひに赤くそまり。
    天高くどこまでものほっていく。
    うれしいいいいい!

    เมื่อวันอาทิตย์ ที่โรงเรียนอนุบาลของโฮสเรามีsport festival. เด็กๆน่ารักมากมาย  เราได้เป็นแขกของงานนี้ด้วย  ไม่น่าเชื่อว่าคนจะเยอะขนาดนี้  ตอนประตูเปิด ผู้ปกครองทั้งหลายวิ่งเข้ามาอย่างกับกำลังหนีสงครามอ่ะ  เพราะเค้าจะต้องจองที่นั่ง ผู้ปกครองบางคนมารอตั้งแต่เมื่อคืนอ่ะ
    สุดยอด! พอเสร็จงาน เราก็ไปงานเทศกาลโรงเรียนที่ชิบุยะ  จักแบบอลังการมากอ่ะ  แค่เค้าห้ามถ่ายรูป  แต่เราก็แอบถ่ายมานิดหน่อย  ไปก็ไม่ได้ดูอะไร เพราะพวกเพื่อนๆมันมัวแต่คุยกัน  แล้วก็ไปเจอเพื่อใหม่อีกสามคน เป็นคนออสซี่คนนึง แล้วก็คนนิวซีแลนด์  แล้วก็เยอรมัน
    ตอนแรกเรากะว่าจะไปช็อปที่ชิบุยะซะหน่อย  แต่ไอพวกเพื่อนๆก็ชวนเราไปคาราโอเกะอีก  ตอนแรกมันบอกว่าอยู่หนึ่งชั่วโมง  เราก็เลยตามๆไป  แต่มันก็ร้องกันแต่เพลงที่ไม่รู้จักอ่ะ  โครตเบื่อ  พอหมดชั่วโมง  มันก็ขอต่ออีกชั่วโมง  เราก็เลยทะเลาะกับคนฟินแลนด์  แล้วเราก็เลยชวนอาซามิกลับ
    เซ็งเลย  แต่ตอนขากลับ  แอบไปเจอตู้ถ่ายสติกเกอร์  แหะๆ ขอนิดนึง ช่วงนี้เสียตังค์ไปกลับการถ่ายสติกเกอร์อ่ะนะ อิอิ
    October 01

    ぶんかさい

    วันนี้ไปงานโรงเรียนของโอนี่ซัง เค้าชวนไปเที่ยว  โอนี่ซังเราโครตป็อปอ่ะ  เดินไปไหนก็มีคนทัก  เพราะเค้าเป็นอาจารย์วิชาชีวะ   เด็กๆน่ารักดี  ก็คล้ายๆกับงานนิทรรศการบ้านเรา  แต่ของที่นี่รู้สึกว่าจะน่าสนใจกว่าเยอะ  เราไปตักปลา ได้มาสามตัว  ร้อยเยน  โครตแพง  แต่ก็สนุกดี  เราว่างานบุงก่าไซ เป็นงานปลดปล่อยศักยภาพของนักเรียนอ่ะ   ที่โรงเรียนเราก็จะจัด แต่เดือนพฤคจิกาอ่ะ  อีกนาน  ตอนนี้ก็ไปงานคนอื่นเค้าก่อนล่ะกัน  ช่วงนี้เสาร์อาทิตย์เลยไม่ว่างเลย เพราะไองานโรงเรียน(bungasai)นี่แหละ งานของคนอื่นทั้งนั้น 
    พอตอนบ่าย  ก็ไปOreatation ที่ olempic center ครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่มาคนเดียว  มั่นใจเต็มที่ สุดท้ายก็หลง  อิอิ  เดินหาตึกซะเหนื่อย  แค่ขอบคุณพระเจ้าที่เดินไปเดินมา ก็ไปเจอพี่โรแทกซ์  เค้าก็เลยพาไป วันนี้จะต้องมีspeechเกี่ยวกับความระทับใจในญี่ปุ่น 2นาที  ไอเราก็ลืมสนิทเลย  เพิ่งจะนึกได้  ไม่ได้เตรียมอะไรเลยอ่ะ  ก็เลยพูดสดเลย  อ่ะนะ ใช้แกรมม่าญี่ปุ่น มั่วตั่วไปหมด  ไม่รู้ว่าเค้าจะเข้าใจกันรึเปล่า   เพราะว่าคนอื่นเค้าเตรียมกันมาเป็นหน้าๆ  อิอิ แต่เราว่าก็ดีนะ  เราพูดเป็นธรรมชาติที่สุดอ่ะ  หลงตัวเองรึป่าวเนี่ย  พอเสร็จออเรียนเทชั่น  เราก็ไปกินกาแฟกับเพื่อน  เมาท์แตกอีกแล้ว  ไอคนอเมริกาพูดมากที่สุดเลย    เพราะว่าเม้าท์กันเป็นภาษาอังกฤษนี่นา  มันก็เลยพูดมากสุด  เราก็ได้แต่ฟังมันพูด  เม้าท์กันโครตนาน  ประมาณสองชั่วโมงได้  หลังจากนั้นเราก็ไปถ่ายสติกเกอร์กันที่ชินจูคุ  ไอเพื่อนๆเรามันใส่ยูนิฟอร์มมา เค้าเลยตรวจบัตรนักเรียนกันยกใหญ่  แต่เราไม่โดน เพราะไม่ได้ใส่ยูนิฟอร์ม  อิอิ++++  เราเป็นคนจ่ายค่าถ่ายสติกเกอร์อ่ะ  พอถ่ายเสร็จ  ไม่เห็นมีคนแชร์เลย  รีบกลับบ้านกันใหญ่  ซะงั้นอ่ะ แต่ไม่เป็นไร  ช่วงนี้ยังเงินเยอะ ไม่ว่ากัน อิอิ พอขากลับจากชินจูคุ  ชั้นก็ดันลืมว่าจะกลับยังไงซะงั้น  เราก็เลยเดินไปถามยามแถวนั้น  ชั้นอุตส่าห์ถามเป็นญี่ปุ่น  แต่เค้าดันตอบมาเป็นอังกฤษ  สงสัยญี่ปุ่นเรา สำเนียงห่วยมั้ง  ต้องฝึกใหม่ ฝึกใหม่
    พอกลับมาถึงบ้าน  เราก็ไปเช่าวิดีโอกับโอนี่ซังอีกคนที่ร้านtsutaya เราเช่าเรื่องเซเลอร์มูนมาดูอ่ะ  ติ้งต้องหว่ะ  แต่เราก็ไม่เคยดูเซเลอร์มูนเป็นภาษาญี่ปุ่นนี่นา   อิอิ    
    September 30

    โรตารี่meeting

    เล่าเรื่องของเมื่อวาน  หลังเลิกเรียน เราต้องร่วมเข้าประชุมกับสโมสรโรทาแรกซ์อ่ะ  เพราะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์หรืออะไรซักอย่าง  แต่ว่าเราก็ไม่รู้เรื่อง ทำไรกัน  เพื่อนๆที่โรงเรียนเราบอกว่าโรแทแรกซ์เป็นคลับที่ซีเรียสที่สุด   ไม่สนุกเลย แต่เราก็ว่าจริง แต่ล่ะคนเคร่งเครียดน่าดู   เค้ามีโครงการณ์ ทำหนังสืออักษรเบล ให้คนตาบอดอ่าน โอ้ว  ความพยายามสูงนะ พอเลิกคลับเราก็ไปหัดเป่าฟรุตต่อ  แล้วกลับบ้าน พอถึงบ้าน โอนี่ซังก็ชวนเราไปซื้อกระเป๋าคอมพิวเตอร์อ่ะ  ตอนแรกเค้าจะซื้อให้เราล่ะ  แต่เราเกรงใจ  เราเลยจ่ายตังค์เองดีก่า  โอนี่ซังน่ารักอ่ะ แต่ดูท่าทางเคร่งเครียดไปหน่อย แต่かっこいい!มากๆ
     
       วันนี้หลังเลิกเรียนเราก็ไปประชุมโรตารี่  อาจารย์ที่โรงเรียนเราก็ไปด้วยอ่ะ  ผอก็ไป  โอ้ว  แล้วเราก็ต้องพูดบนเวที  อ่ะนะ พึ่งจะเตรียมวันนี้ พอขึ้นไปบนเวทีก็จำไรไม่ได้เลย พูดผิดพูดถูก ก็มันเป็นภาษาที่สามนี่นา  แต่ทุกคนก็เข้ามาชมว่าพูดเก่งนะ  แต่เราก็ไม่รู้ว่าเก่งจริงรึเปล่า  คนญี่ปุ่นชอบชมพร่ำเพรื่อ  โฮสเราบอกเอง  วันนี้อาจารย์ที่โรงเรียน(อาจารย์ที่โหดที่สุดในรร) บอกโฮสเราว่า เราเป็นคนพูดอะไรตรงๆ แล้วก็ใจแข็งอ่ะ  ซะงั้น  โฮสเราเลยบอกว่าเค้าไม่คิดอย่างนั้น   โฮสเราบอกว่าโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนสมัยเก่า ผอ หัวโบราณอ่ะ กฎระเบียบเยอะแยะ เมื่อก่อนโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในโตเกียว  แต่ตอนนี้ไม่ช่ายแล้ว  เพราะว่าโรงเรียนเรายึดติดกับอดีต  กฎระเบียบเยอะแยะ ทำให้นักเรียนไม่ปลดปล่อยอ่ะ  โฮสเราเลยบอกว่า  ที่ญี่ปุ่นอ่ะ ต้องตีหลายหน้า  เค้าไม่ค่อยพูดกันตรงๆ  ไม่ชอบก็ต้องบอกว่าชอบ ประมาณนั้น  แต่เราก็เป็นคนพูดอะไรตรงๆจริงนั่นแหละ  เพราะตอนเรียนเคมี พละ แล้วก็เลข เราบอกอาจารย์ว่าเราเกลีบดวิชานี้อ่ะ  สงสัยอาจารย์จะไปบอกผอ แต่ถ้าไม่บอกแล้วเค้าจะรู้เหรอ  เฮ้ย  คนญี่ปุ่นเนี่ยเข้าใจยาก  แต่ไม่เป็นไร  ยีงไงวันนี้เราก็ได้รับเงิน หมื่นห้าเยน  เดือนที่แล้วยังเหลืออีกเกือบหมื่น  ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่  แต่เดี๋ยวจะไปซื้อบูทล่ะ อิอิ
     PS ぶち<おにさん> はとてもかっこいいいいいいいい
    คิดถึงทุกคนนะ
    ยังไม่ได้ไปดิสนี่แลนด์เลยอ่ะ
    เพื่อนๆ สอบเสร็จแล้วยินดีด้วยนะ
    ช้านจะสอบสับดาห์หน้าอ่ะ
    อาทิตย์นี้ ได้คะแนนเทสอังกฤษ ร้อยเต็มอ่ะ  อิอิ 
     
     
    September 27

    ต่างหูมันแปลกนักเหรอ

    ไม่เข้าใจเหมือนกัน  ใครที่ได้เห็นเราใส่ต่างหูจะต้องตะโกนว่า สุโก้ย อ่ะ คนญี่ปุ่นเค้าไม่เจาะหูกันเหรอ  เราเลยบอกไปว่าที่เมืองไทยอ่ะเจาะกันตั้งแต่อายุสามขวบ เค้าก็ตกใจกันใหญ่  แปลกดีเหมือนกัน
       ตอนนี้สิวยังไม่หาย  น้ำหนักยังไม่ขึ้น  แต่อากาศเริ่มหนาวขึ้นแล้ว  โอเน่ซังให้เสื้อกันหนาวน่ารักๆมาตัวนึง  ถ้าซื้อคงเป็นหมื่นแน่นอน  โอเน่ซังบอกว่าไม่ได้ใช้แล้ว  ตู้เสื้อผ้าเค้ามีเสื้อกันหนาวโครตเยอะอ่ะ  เค้าก็เลยแบ่งให้เรา น่ารักจัง   เมื่อวานเรากินสุกี้ยากี้อ่ะ  กินแบบของจริงๆ  กินกับไข่ดิบอ่ะ  กินเข้าไปได้  เราก็เลยถามว่า ไม่กลัวไข้หวัดนกหรอ  เค้าก็เลยหัวเราะกัน  ช่ายสิ ที่นี่มันญี่ปุ่นหนิ สรุปเราก็กิน  มื้อนี้มีอาหารพิเศษคือ "เห็ด" ชิ้นละพันเยนนะนั่นอ่ะ   กินเข้าไปได้ แต่เราก็ไม่เห็นว่ามันจะอร่อยกว่าเห็นขีดละ ยี่สิบที่เมืองไทยตรงไหน 
    วันนี้เราไปเที่ยวบ้านโฮสเก่าอีกแล้ว  รู้สึกว่าไปบ่อย  แต่คราวนี้อยู่กันพร้อมหน้า  สนุกดี  เมาโอะจังน่ารักมากมาย  โอก้าซังซื้อเค้กช็อกโกแล็ตให้กินอีกแล้ว โอเน่ซังก็ซื้อช็อกโกแล็ตให้เป็นของฝากอ่ะ  รู้งี้ไปบ่อยๆก็ดีแหละ อิอิ   ระหว่างทางที่ปั่นจักรยานกลับมาบ้านเราเจอขบวนแห่อ่ะ  แต่ถ่ายรูปไม่ติดเลย เพราะไม่มีแสง เป็นเทศกาลเริ่มต้นของอะกิล่ะมั้ง  แปลกดี มีเด็กๆใส่ฮับปิมาเต้นๆ แล้วก็เป่าขลุ่ยอ่ะ    พอกลับมาถึงบ้าน ก็เลยเอาของฝากจากเมืองไทยให้โฮสใหม่  ของฝากจะหมดแล้วนะหม่าม้า  ส่งมาด่วน  โอนี่ซังบ้านนี้น่ารักเกิน เลยให้เน็คไทไปหมดเลย とてもかっこいい  อิอิ 
      ps วันนี้มีความสุขมากมาย   พรุ่งนี้อย่าตื่นสายอีกนะ  อยากได้รองเท้าบูทอ่ะ  แต่มันแพงงงงงงงงงงง   อยากได้ถุงเท้านักเรียนอีกคู่อ่ะ เพราะต้องซักทุกวันอ่ะ  โรตารี่จะจ่ายตังค์ให้มั๋ยน้า  ศุกร์นี้ไปรับเงินอีกหมื่นห้า  คงได้รองเท้าบูทคู่ใหม่ซักที อิอิ เมื่อไหร่สิวจะหายซักที  น่องเริ่มปูดแล้ววววววว   
    September 25

    お兄さんはかっこいいいいいいいい。

     

    お兄さんはとてもカッコイーーーーー。  かわいいいいいいいいいい!!!!!อ้ายยยยย!!!好き好き。

    โอ้วววววว เราไปดูคอนเสริตออเคสตร้ากับโฮสมา  โครตง่วงนอน บ้านนี้เค้ารักดนตรีอ่ะ  โอนี่ซังก็เล่นไวโอลินโครตเก่งอ่ะ แต่ชั่วโมงแรกเราหลับอ่ะ  มันก็ดีอ่ะ แต่มันก็น่าเบื่อ พอจบโอเน่ซังบอกว่าเค้าหลับ เราก็เลยบอกว่า วาตาชิโมะ แล้วเค้าก็ขำกันใหญ่   พอกลับถึงบ้านโอก้าซังก็มาเล่นเปียโนให้ฟัง โครตเซียน  คนญี่ปุ่นเกือบทุกคนเล่นเปียในได้อ่ะ    เพื่อนๆเราก็เล่นกันเก่งๆทั้งนั้น  ตอนเย็น โรตาเรี่ยนก็พาไปเลี้ยงต้อนรับอีกแล้ว ยังต้อนรับกันไม่จบ  ก็ดีนะ ได้กินของอร่อยบ่อยๆ  อิอิ วันนี้ก็เลยกินโครตเยอะเลยอ่ะ พอกินเสร็จ เราก็ไปดูโรงเรียนนอนุบาลขอลโอโต้ซังอ่ะ  มีทุกอย่างอ่ะ คิดในใจ นี่เหรอโรงเรียนอนุบาล  น่ารัก คิขุ มากมาย  เห็นแล้วอยากเกิดเป็นเด็กญี่ปุ่นอ่ะ  うらやましいいいいいいいいい!